สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

หลอน..ที่เมืองลิง

หลอน..ที่เมืองลิง

ขอเล่าต่อด้วยเรื่องประสบการณ์ที่ลพบุรีละกัน เพิ่งเจอเมื่อปีที่แล้วนี่เอง ครอบครัีวเราพ่อแม่ลูกจะไปเที่ยวดูดอกทานตะวัน แล้วก็ไปเที่ยวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ แล้วก็เลยแวะพักที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง 1 คืน



สำหรับรีสอร์ทแห่งนี้จัดอยู่ประเภทกลางเก่ากลางใหม่ คือจะเก่าก็ไม่ใช่ ใหม่ก็ไม่เชิง น่าจะสร้างซักประมาณ 10 ปี ห้องพักจะเป็นห้องพักชั้นเดียว สร้างเป็นแถวๆๆ ติดๆ กัน ขับรถไปจอดหน้าที่พักได้ บรรยากาศโดยรวมก็โอเีค ไม่ใช่รีสอร์ทที่เข้าไปปุ๊บก็สัมผัสได้ถึงพลังงานลบหรือบรรยากาศมาคุแต่ อย่างใด



เช็คอินเสร็จ ครอบครัวเราได้ห้องพักที่มีต้นไทรอยู่หน้าห้อง และพอเราเห็นต้นไทรก็เริ่มรู้สึกไม่ดีแล้ว แต่ตอนนั้นยังไม่พูดอะไร พอเปิดห้องเข้าไป สัมผัสพลังงานลบก็เริ่มทำงาน แต่ว่าไม่รุนแรงอะไรมาก เพียงสัมผัสได้แผ่วๆ เท่านั้น ตามเคยค่ะ เราเดินสำรวจ 3-4 จุดภายในห้อง ก็มีโซฟาติดกับประตู, เก้าอี้นั่งปลายเตียง, หน้าต่างด้านที่ติดกับสวน แล้วก็ห้องน้ำ แต่ก็ไม่มีที่ไหนที่จะรู้สึก "แปลก" มากเป็นพิเศษ คือจะรู้สึกรวมๆ เสมอๆ กันไปหมดทุกพื้นที่ในห้อง แต่จุดที่เราไม่ได้เดินไปดูมากนักก็คือ เตียงนอน เพราะตอนนั้นไม่รู้สึกอะไรเป็นพิเศษที่ตรงนั้นเลย เพียงแต่สังเกตเห็นว่ามีไม้แกะสลักเป็นรูปลิงติดอยู่ตรงตำแหน่งหัวเตียง เป็นหัวนอน...ซึ่งตอนนั้นเราก็รู้สึกว่าสวยดี ก็เท่านั้นเอง



แต่ถึงอย่างไร ความรู้สึกแปลกก็ยังคงอยู่ เพียงแต่ไม่รุนแรงมากเหมือนหลายๆ ครั้งที่เจอ ก็เลยไม่ได้ใส่ใจ พอเอาของเข้าห้องเสร็จพวกเราก็ออกไปเที่ยว ดูนั่นดูนี่เสร็จ ตกเย็นก็เข้ามาพักที่รีสอร์ท ตอนนี้เองที่ลูกชายเรา (ตอนนั้น 3 ขวบ) มีอาการแปลกๆ กับห้องพัก ทั้งที่ตอนที่เข้ามาตอนแรกเมื่อกลางวันก็ยังปกติดี ไม่ได้มีทีท่่าว่าจะกลัวหรือไม่ชอบสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่อยู่ภายในห้องมาก่อน เลย (ปกติลูกชายเราเป็นเด็กชอบเดินทาง ชอบนอนห้องพักตามโรงแรมมากๆ เพราะต้องเดินทางไปโน่นมานี่ตั้งแต่แบเบาะ ดังนั้น จึงไม่ใช่เด็กที่พอแปลกที่แล้วจะงอแงอะไรเลย)


ลูกชายเรายอมเดินไป ทุกที่ในห้อง ยกเว้นเตียงนอนที่มีหัวเตียงเป็นไม้แกะสลักรูปลิงที่จะไม่ยอมเข้าใกล้เลย พอถามว่าทำไม ลูกชายเราก็เอาแต่มองไปที่หัวเตียงไม่ยอมวางตา ตอนนั้นเราก็ยังไม่อะไรมาก แค่คิดว่าบางทีแสงเงาที่ตกกระทบไม้แกะสลักอาจทำให้ลูกเรากลัว ก็ปลอบเค้าว่าไม่มีไรหรอกลูก มานอนเถอะ ลิงเค้าไม่ทำอะไรหนูหรอกลูก.... ลูกเราก็เลยยอมขึ้นมาบนเตียงแต่โดยดี แต่ก็ยังไม่ยอมนอน...


...ตาก็จับจ้องอยู่ที่รูปลิง สักพัก ลูกชายก็ยิ้มแหยๆ แบบกล้าๆ กลัวๆ กับรูป แล้วก็พูดขึ้นมาว่า.... "แม่... ลิงเค้ายิ้มให้ม่อนด้วย..."


เรากะสามีมองตากัน เริ่มรู้สึกไม่ดีแล้วละ ก็บอกลูกว่า เหรอครับ ดีจังเลยเนอะ เห็นมั้ย แสดงว่าลิงเค้าชอบลูกนะ ฉะนั้นไม่ต้องกลัวเค้าทำอะไรหรอก นอนซะเถอะลูก



ลูก ชายเราก็ยอมนอนค่ะ ก่อนเค้าจะนอนเราก็ยกมือไว้เจ้าที่ ไว้พระกาฬ ให้ช่วยคุ้มครองครอบครัวเราด้วย แต่ลูกชายเรานอนไปได้ซักพักเดียว ก็ร้องออกมาว่า "แม่...ลิงดึงผมม่อน... ลิงดึงผมม่อน" ตลอดเวลา  ตอนนั้นเค้ายังไม่หลับสนิทดีนะคะ แค่สลึมสลือเท่านั้น แล้วก็ลุกขึ้นทำท่าจะไม่ยอมนอนอีก ต้องปลอบกันอีกพักใหญ่ สามีเราสงสัยว่า บริวารของพระกาฬท่านคงมาทักทาย หรืออยากเล่นกับลูกชายเรา ก็อธิษฐานบอกกล่าวกันอีกครั้ง ก็ยังเหมือนเดิม คือลูกชายเรานอนได้พักเดียว ก็กระสับกระส่ายร้องว่าลิงมาดึงผมอีก....



สามีเราก็เลย... ถอดพระออกจากคอของเค้า (พระองค์เดียวกับที่เคยช่วยเราบนเกาะเสม็ดแหละค่ะ ซึ่งพระองค์นี้เคยช่วยเราและลูกไว้หลายครั้งมากๆ) แปลกแต่จริง พอพระถึงคอเท่านั้นเอง ลูกเราก็หลับสนิท ไม่ร้องโวยวายว่าโดนลิงกวนอีกเลยจนถึงเช้า....

พอลูกหลับ สามีเราก็หลับ แต่เราสิ ยังตื่นอยู่ นอนไม่หลับ ทั้งกลัวทั้งโมโห ที่โมโหก็เพราะว่า ถ้าทำตัวเราเอง ก็ยังพอว่า แต่นี่มายุ่งกะลูกเรา ยอมไม่ได้ ถึงกลัวให้ตายยังไงก็จะปักหลักสู้แหละฟะ

มองไปด้านหน้าห้องก็มีเงาของต้นไทรหน้าห้องที่โดนแสงไฟส่องผ่านพาดเข้ามาข้างใน แล้วตรงนั้นก็จะมีชุดโซฟาเอาไว้นั่งเล่น+กินข้าว ตอนนั้นไม่รู้คิดอะัไรเหมือนกัน รู้ว่าตัวเองกลัว แต่ก็คิดว่าจะต้องปกป้องลูก ก็เลย...หยิบรีโมททีวี แล้วก็ลุกขึ้นไปนั่งตรงโซฟา ขวางอยู่ตรงหน้าปากประตูตรงที่ด้านนอกติดกันมีต้นไทรขึ้นอยู่นั่นแหละ ก็นั่งดูทีวีไป ความรู้สึกสัมผัสพลังงานลบยังมีอยู่รอบๆ ตัวตลอดเวลาเพียงแต่จับไม่ได้แน่นอนว่า พลังงานนั้นอยู่ตรงจุดไหน สามีกับลูกก็หลับไปแล้ว เหลือแต่ตัวเราเองนั่งเปิดทีวีเอาเสียงเป็นเพื่อน ยอมรับว่ากลัวมาก แต่ก็ไม่ถอยค่ะ ตั้งใจว่าจะนั่งมันอยู่อย่างนี้จนเช้า ประมาณว่าผีก็ผีเหอะ...กลัวก็กลัวแหละ แล้วก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต่อกรหรือสู้รบอะไรกับสิ่งเหล่านี้ได้ด้วย แต่ว่าคงด้วยสัญชาติญาณความเป็นแม่มั้งคะ ลูกข้าใครอย่าแตะ.... ถ้าขืนมาแตะลูกเราละก็จะคนจะผีก็ต้องข้ามศพเราไปก่อน....

ตั้งใจจะนั่งอย่างนั้นทั้งคืน แต่สามีเราได้ยินเสียงโืทรทัศน์ก็เลยตืนขึ้นมาเห็นเรานั่งอยุ่อย่างนั้นก็ เลยถามว่าไม่นอนเหรอ เราก็เลยบอกไปว่าเราไม่นอนหรอก เราจะอยู่เฝ้าลูกเรา.... ไม่ว่าจะคนหรือผี ก็ไม่มีสิทธิ์ทำอะไรลูกเราได้ทั้งนั้น..... สามีเราก็ปลอบเรา..บอกว่าคงไม่มีอะไรมากวนลูกเราได้แล้วละ เพราะว่าห้อยพระให้ไปแล้ว พระองค์เดียวกับที่ช่วยเราไว้บนเกาะเสม็ดไง...ฉะนั้น วางใจเถอะมานอนได้แล้วล่ะ.......


....เราก็เลยยอมนอน แล้วคืนนั้นก็ผ่านไป มาตื่นอีกทีตอนรุ่งเช้า.... ซึ่งพอเช็คเอ๊าท์ออกจากโรงแรมมาแล้วสามีเราจึงได้บอกว่า ไอ้ที่เราไปนั่งเฝ้าต้นไทรเมื่อคืนนั่นไม่มีประโยชน์เลย เพราะที่ต้นไทรนั่นไม่มีอะไรหรอก ที่มีน่ะ ตรงหัวเตียง ที่ไม้แกะสลักรูปลิงต่างหาก........



....เหตุการณ์ดูเหมือนจะสงบแล้ว หลังจากที่เราออกมาจากโรงแรม เราก็ไปเที่ยวฟาร์มนกกระจอกเทศกันต่อ ซึ่งตอนนั้่นลูกชายเราที่ปกติจะเป็นเด็กไม่งอแง ไม่ก้าวร้าวก็เริ่มมีอาการแปลกๆ คือจะออกอาการรวนๆ หน่อยๆ แต่ก็ยังไม่มีไร พอเที่ยวฟาร์มนกกระจอกเทศเสร็จ จะกลับบ้้าน ตอนนี้เองลูกชายเราก็แผลงฤทธิ์อาละวาด ตาแดงก่ำ ทั้งร้องไห้ ทั้งโวยวายลั่นรถไปหมด ซึ่งปกติเค้าจะไม่ใช่เด็กแบบนี้เลย เรากับสามีก็ไม่รู้จะทำไง ก็ได้แต่ทั้งขู่ทั้งปลอบไปตามเรื่อง แต่ลูกชายเราก็ยังไม่ยอมหยุด แต่แล้ว...พอรถแล่นพ้นเขตจังหวัดลพบุรีเข้าสู่อีกจังหวัดเท่านั้นเอง (เพียงแค่ระยะพ้นป้ายจังหวัดลพบุรี เปลี่ยนเป็นป้ายสระบุรีหรือชัยภูมินี่แหละค่ะ) ลูกชายเราก็หยุดอาละวาดทันที หายเป็นปลิดทิ้ง กลับมาเป็นลูกชายที่น่ารักของเราคนเดิม ตาที่แดงก่ำก็กลับมาเป็นปกติ.... หัวเราะเล่นหัวกับพ่อแม่เหมือนเดิม.... ซึ่งจนตอนนี้เรากับสามีก็ยังพูดถึงเรื่องนี้กันอยู่เลย ว่าที่ลูกเราเป็นอย่างนั้นเพราะอะไรกันแน่ เพราะเหตุบังเอิญ หรือว่าอะไร... ที่ทำให้เป็นแบบนั้น....

view