สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

บนตึกคณะเภสัช

บนตึกคณะเภสัช

ย้อนกลับไปสมัยเรียนมหาลัย ตอนนั้นก็เป็นแฟนกับคุณสามีแล้วล่ะ



แล้วก็นะ อย่างที่รู้ๆ กันจากตอนที่ผ่านๆ มาว่าคุณสามีเราเนี่ย เซ้นส์ดีสุดๆ ซึ่งในภายหลังจากเป็นสามีภรรยากัน (ทางพฤตินัย อิอิ) อิตาคุณสามีก็ใจดีแจกจ่ายเจ้าเซ้นส์นี้มาให้เราด้วย... (ซึ่งเราไม่ได้อยากได้เล้ยย เอามาให้ชั้นทำม้ายยย... อิตาบ๊อง T__T)


จำไม่ได้แล้ว่าตอนนั้นเรียนอยู่ปีอะไร แต่ว่ามันมีอะไรซักอย่างที่ทำให้ต้องขี่จักรยานผ่านตึกคณะเภสัชตอนดึกๆ อ่ะ


สมัยนั้น คณะวิศวะยังไม่เกิด ยังเป็นแค่คณะเล็กๆ อาศัยตึกห้องสมุดเก่าเป็นตึกเรียน ดังนั้น กรุณาดีลีทภาพแสงสีและความเจริญในสมัยนี้ไปได้เลย

ถัดจากคณะเภสัชไปก็ไม่มีแล้ว ตึกรามอาคารต่างๆ พงอ้อพงแขมรกชัฏทั้งนั้น แต่เรื่องความปลอดภัยหายห่วง เพราะตอนนั้น ความปลอดภัยยังมีอยู่มาก ทั้งภายนอกและภายในมหาลัย (แต่สมัยนี้ไม่ทราบ)


เข้าเรื่อง ถึงแม้ว่าตอนนั้นจะเป็นแค่แฟนกัน แต่เราขอเรียกคุณสามีตามฐานะปัจจุบันก็แล้วกันเนอะ พาหนะสมัยนั้นที่ใช้กันเกร่อก็คือจักรยาน ด้วยจักรยานคันเดียวเนี่ยแหละที่สามารถขี่กันไปได้เกือบทั่วเมืองนครปฐม


คุณสามีขี่จักรยานโดยมีเราซ้อนท้าย มีเพื่อนคุณสามีขี่ตามมาอีกกลุ่มหนึ่ง ตอนนั้นกะเวลาก็ดึกแล้วแหละ ไม่แน่ใจว่าไปทำอะไรกันมาถึงต้องผ่านตรงนั้นเวลาดึกๆ (ไม่รู้เกี่ยวกับซ้อมละครที่คณะเราหรือเปล่า หรือแค่อยากจะขี่จักรยานชมวิวกันเฉยๆ หรือว่าขี่จักรยานแล้วไปนั่งเล่นกันอยู่ที่ตึกนั้นก็ไม่ทราบ (คือมันนานแล้วอ่ะจ้ะหลานๆ ป้าเริ่มหลง..)


เอาเป็นว่า จำที่มาที่ไปถึงการไปอยู่ตรงนั้นไม่ได้ เอาเป็นว่า พวกเราขี่กันมาจากทางบ้านพักครู ผ่านด้านหลังโรงละครคณะอักษร โดยใช้ถนนเส้นเล็กๆ ซึ่งเชื่อมต่อไปยังคณะเภสัชก็แล้วกัน (ไม่รู้ตอนนี้ถนนเส้นนั้นยังมีอยู่หรือไม่)


พวกเราขี่กันมาดีๆ และคุณสามีก็ไม่ได้แสดงอะไรผิดปกติ เพื่อนๆ ที่มาด้วยกันก็ไม่มีใครรู้สึกอะไร ต่างก็พูดคุยกันสนุกสนานตามปกติ


จนกระทั่งพ้นระยะตึกคณะเภสัชมา คุณสามีก็ถามเพื่อนๆ (รวมทั้งเรา) ว่า มีใครเห็นอะไรอย่างที่เค้าเห็นบนตึกคณะเภสัชหรือไม่


ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เห็น คุณสามีก็เลยบอกว่า เค้าเห็น...


จังหวะที่ขี่รถผ่านด้านหลังของตึก ซึ่งข้างบนตามปกติในเวลานั้นซึ่งดึกมากแล้วจะต้องไม่มีใครอยู่แล้วล่ะ


แต่คุณสามีกลับเห็น.... ผู้ชายคนหนึ่ง ใส่เสื้อคอกลมสีขาว หน้าออกซีด ลักษณะมีอายุพอสมควร ยืนอยู่ริมหน้าต่าง... ข้างบนตึกนั้น


จะว่าเป็นคนก็ไม่น่าใช่ เพราะว่าคุณสามีเราแยกได้ว่าอันไหนคน อันไหนไม่ใช่


...และที่สำคัญ... ข้างบนนั้นไม่ได้เปิดไฟ และผู้ชายคนนั้น โผล่มาให้เห็นชัดๆ..แค่ครึ่งตัว ตั้งแต่ช่วงอกขึ้นไป...



พอทุกคนได้ฟังดังนั้น ณ ตอนนั้นยังไม่พ้นเขตของคณะเภสัชดีเลย... ก็จะอยู่กันทำไม วงแตกสิค้าบพี่น้อง... โอ๊ยย อยากจะบ้า



หลังจากวันนั้น พอไปลองถามดูก็ได้ความว่า คณะเภสัชเคยมีอาจารย์อยู่ท่านหนึ่งที่ทุ่มเทให้กับการสอนมาก จนกระทั่งเสียชีวิต (จำไม่ได้แล้วว่าเสียชีวิตยังไง เสียที่คณะหรือที่ไหน แต่สรุปได้ว่าวิญญาณของท่านยังคงอยู่ที่นั่น) ลักษณะตรงกับที่คุณสามีเราเห็นทุกประการ


จากวันนั้นถึงวันนี้ จำเนียรกาลก็ผ่านมาสิบกว่าปีแล้ว ไม่รู้ว่าท่านยังคงอยู่ที่นั่นหรือเปล่า เด็กๆ สมัยนี้ หากผ่านไปที่บริเวณนั้นตอนกลางคืน ลองเงยหน้าขึ้นมองที่ข้างบนตึกให้ที ไม่แน่นะ... บางที... อาจจะเห็นชายเสื้อขาวกำลังมองตอบน้องๆ มาจากตรงนั้นก็ได้.....



เอ้า... ซาวด์ประกอบบรรเลง


หื่อ...ฮือ...ฮื้อ...ฮือ...ฮื้อ...ฮือ......

หื่อ...ฮือ...ฮื้อ...ฮือ...ฮื้อ...ฮือ......

หื่อ...ฮือ...ฮื้อ...ฮือ...ฮื้อ...ฮือ......

view