สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

สไบปริศนา

สไบปริศนา

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่จำได้แม่นสุดๆ เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเอง ถึงแม้จะไม่ได้เจอกับตัวตรงๆ ก็เถอะ

เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่า สมัยอยู่ ปี 1 ทางมหาวิทยาลัยจะจัดให้มีการแข่งกีฬาเฟรชชี่ นัยว่าเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างรุ่นพี่ รุ่นน้อง และเพื่อนต่างคณะน่ะนะ

และเมื่อมีกีฬาก็ต้องมีกองเชียร์ มีกองเชียร์ก็ต้องมีหลีด ทีนี้หลีดคณะเราจะแยกเป็นสองอย่าง คือ"หลีดมือ" เป็นหลีดที่เน้นความสวยงามเป็นหลัก เสื้อผ้าหน้าผมและท่าเต้นต่างหรูเลิศอลังการ และ "หลีดเอ็นฯ" ย่อมาจาก หลีดเอ็นเตอร์เทน ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเอ็นเตอร์เทน ฉะนั้น คงจะมาคาดหวังความสวยความงามอะไรไม่ได้จากหลีดชนิดนี้หรอก แต่งตัวก็แปลกๆ ท่าเต้นก็แปลก ออกแนวทะโมนลิงค่าง และด้วยความสวยแปลกของเรา ก็ทำให้ได้รับคัดเลือกใหทำหน้าที่หลีดเอ็นท์ร่วมกับเพื่อนสาวอีก 3 คน รวมเป็น 4  คน

กีฬาเฟรชชี่จะแข่งกันหลายวัน (ร่วมอาทิตย์) แต่ละวันหลีดก็จะแต่งตัวแตกต่างกันออกไปตามคอนเซ็ปต์ แต่งเป็นแขกบ้าง นางฟ้าบ้าง ย้อนยุคบ้างไปเรื่อยตามแต่จะคิดได้ ที่นี้มันมีอยู่วันหนึ่ง คอนเซ็ปต์จะเป็นแต่งผี จะมีพวกหนึ่งแต่งชุดผี และอีกพวกแต่งเป็นหมอผีมาปราบผี ประมาณว่าโปเยโปโลเยอะไรเทือกๆ นั้น

และ....เรากับเพื่อนหญิงแท้อีกคนที่เป็นหลีดเอ็นท์ด้วยกัน จะต้องแต่งตัวเป็นผีสาวในชุดไทย ประมาณว่านุ่งสไบแต่งหน้าเละ ประมาณนางตานีหรือนางตะเคียนอ่ะ (ก็ดูเอาเถอะ แต่งเป็นอะไรไม่แต่ง ดั๊นแต่งเป็นผีไทยในวังเก่าเนี่ยนะ แล้วมันจะเหลือเรอะ) กลัวนะไม่ใช่ไม่กลัว กลัวผีจริงจะโผล่มาร่วมแจมด้วย เรากับเพื่อนยกมือไหว้กันใหญ่ บอกว่าหนูขออภัยด้วยนะค้า ไม่ได้ตั้งใจจะลบหลู่อะไรทั้งสิ้น เพียงแค่ทำตามหน้าที่เท่านั้นเองค่ะ



งานคืนนั้นผ่านไปได้ด้วยดี ไม่มีเหตุขนลุกขนพองใดๆ เกิดขึ้น เราและเพื่อนต่างแยกย้ายกันเข้าหอใครหอมัน ล้างหน้าล้างตา อาบน้ำอาบท่าแล้วเข้านอนหลับฝันดี



แต่.......ขณะที่พวกเราหลับไม่รู้เรื่องกันอยู่นั้น ก็มีเหตุการณ์ประหลาด ซึ่งเกี่ยวข้องกับพวกเราเกิดขึ้น โดยที่พวกเรามาทราบเรื่องเอาตอนเช้า



พอรุ่งเช้า รุ่นพี่ที่คณะต่างมองหน้าเราสองคนแปลกๆ แล้วรุมถามด้วยคำถามเดียวกันว่า

"เมื่อคืนหนูสองคนไปนอนที่บ้านอาจารย์ ว. มาหรือเปล่า"

พวกเรามองหน้ากันงงๆ แล้วปฏิเสธ "เปล่าค่ะ เมื่อคืนเสร็จงานแล้วพวกหนูก็เข้าหอเลย"

รุ่นพี่มองหน้ากัน แล้วหันมาบอกว่า "พวกเด็กศึกษาเค้าบอกว่า เค้าเห็นหนูสองคนใส่ชุดไทยเหลืองคน แดงคน เดินอยู่ในบ้านอาจารย์ ว."

"ฮ้า....สไบแดงก็หนู สไบเหลืองก็ไอ้ดอยอ่ะดิ เป็นไปไม่ได้หรอกพี่ หลังงานเลิกพวกหนูเข้าหอไปนอนกันแล้ว" เราร้อง

"นั่นสิ พี่ก็ว่า พวกหนูจะไปเดินในบ้านอาจารย์ ว. ทำไม อาจารย์ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับหลีดกับเชียร์ซักหน่อย"

เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่า คืนนั้น หลังจากเรากับเพื่อนที่แต่งเป็นผีไทยนุ่งสไบเข้าหอไปนอน เพื่อนๆ คณะศึกษาก็ยังคงซ้อมเชียร์อยู่ที่คณะ ซึ่งฝั่งตรงข้ามกับที่เค้าซ้อมกันอยู่นั้น ก็มีบ้านของอาจารย์คณะเราท่านหนึ่งชื่ออาจารย์ ว. เป็นบ้านริมน้ำ ครึ้มไปด้วยต้นไม้ บรรยากาศตอนกลางวันก็ดูร่มรื่นน่าอยู่ดี แต่ตอนกลางคืนวังเวงใช้ได้ ขี่จักรยานผ่านตรงนั้นตอนกลางคืนทีไร สันหลังมันเสียวแว้บๆ ทุกที

หนึ่งในกลุ่มนั้นหันไปมองบ้านอาจารย์ ว. โดยบังเอิญ แล้วก็เห็น.... หญิงสาวในชุดไทยสองคน คนหนึ่งใส่สไบสีเหลือง และอีกคนใส่สไบสีแดง เดินเข้าไปในบ้านของอาจารย์...

ด้วยความที่อาจารย์เป็นอาจารย์คณะเรา ทำให้พวกเค้าคิดกัยว่า หญิงสาวสองคนคือเรากับเพื่อนที่ยังไม่ถอดชุดออก และก็คิดว่าพวกเราไปอาศัยนอนบ้านอาจารย์ พอตอนเช้าก็เอามาพูดกันประมาณว่า หลีดคณะเราขยัน ดึกดื่นไม่หลับไม่นอน ยังไปซ้อมท่ากันต่อที่บ้านอาจารย์ ว. อีก

อ่า.................



ครือว่า........ตอนนั้น เราและเพื่อนหลับกันนานเรี้ยววว


ไอ้ที่เห็นเดินสไบปลิวกันน่ะ ใครก็ไม่ยู้......


เหอเหอเหอ.......

view